• รายละเอียดศูนย์
  • แพทย์
  • บทความ
" เพราะหัวใจมีดวงเดียว ทำงานหนัก ไม่เคยพักผ่อน หมั่นดูแลตรวจสุขภาพหัวใจ
ของตัวคุณเอง และคนที่คุณรัก "

ศูนย์หัวใจโรงพยาบาลศรีสวรรค์รวบรวมแพทย์หัวใจมืออาชีพ
พร้อมด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์การรักษาเพื่อให้้บริการตั้งแต่การป้องกัน
การวินิจฉัยในระยะเริ่มต้นการรักษา ตลอดจนการฟื้นฟูสมรรถภาพหลังการบริการ

การตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ

1. การตรวจหัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocadiography : EKG)

2. การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง
   (Electrocadiography Untrasound Heart : ECHO)

3. การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดินสายพาน (Exercise Stress Test : EST)

4. การตรวจหัวใจเพื่อบันทึกการทำงานหัวใจ 24 ชั่วโมง(Holter Moniter)

5. ตรวจเส้นเลือดหัวใจตีบด้วย MDCT(CTA,HEART)

6. ตรวจสวนหัวใจและหลอดเลือด(Coronary Angiography : CAG)



แพทย์ประจำศูนย์หัวใจศรีสวรรค์ โดยโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

 

ทีมแพทย์ ศูนย์หัวใจศรีสวรรค์ โดยโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

** นพ.อดิศักดิ์ ศักดิ์ศรีพาณิชย์**
(แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหัวใจทรวงอก และหลอดเลือด)
** นพ.วิวัธน์ พู่พรอเนก**
(แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด)
** พญ.ไพลิน พาสพิษณุ**
** นพ.กฤษฎา มีมุข**
** นพ.สำรวย กริดกระโทก**
** นพ.สุรพันธ์ พนมศักดิ์**

การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography) หรือ ECHO


 

ใช้หลักการส่งคลื่นเสียงที่ปลอดภัยเข้าไปในทรวงอกแล้วรับเสียงที่สะท้อนออกมาไปแปลเป็นภาพ
ให้เห็นบนจอ ซึ่งจะแสดงถึงรูปร่าง ขนาดการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจและลิ้นหัวใจว่าปกติหรือไม่
โดยใช้หัวตรวจ (Transducer) ซึ่งดูคล้ายไมโครโฟนส่งสัญญาณเสียงไปที่หัวใจ
และรับสัญญาณเสียงที่สะท้อนกลับมาแปลงเป็นภาพให้เห็นบนจอ
การตรวจนี้ปลอดภัยและไม่เจ็บ สามารถทำได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องอดอาหาร

ประโยชน์ 
       • ตรวจเพื่อดูขนาดของหัวใจ และแรงบีบของกล้ามเนื้อหัวใจผ่านผนังหน้าอก
       • ดูการทำงานของลิ้นหัวใจ
       • ดูภาวะน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจ
       • ดูภาวะห้องหัวใจโต
       • ตรวจภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิด 
       • ตรวจหาสาเหตุของอาการเหนื่อยหอบหรือแน่นหน้าอก อันเนื่องมาจากหัวใจ


ผลแทรกซ้อน 
จากการตรวจหัวใจ(Echo)ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ นอกจากคนอ้วนผนังหน้าอกหนา
แพทย์ต้องกดหัวตรวจที่หน้าอกแรง คุณอาจรู้สึกเจ็บมากกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย 


การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลัง

การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดินสายพาน (Exercise Stress Test : EST)
   คือการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังด้วยการเดินบนสายพานเลื่อน (Treadmill)
โดยใช้หลักการทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นและอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นเพื่อทดสอบ
การทำงานของเส้นเลือดหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจ ผู้ป่วยที่มาตรวจควรงดอาหาร
ประมาณ 2-4 ชั่วโมง ก่อนทำการตรวจ

ประโยชน์ของการตรวจ
       • ตรวจว่ามีการตีบของเส้นเลือดหัวใจหรือไม่
       • ดูการตอบสนองของความดันโลหิตและอัตราการเต้นหัวใจต่อการออกกำลัง
       • ตรวจสอบระบบไหลเวียนโลหิตของร่างกาย
       • ตรวจสอบการเต้นหัวใจผิดจังหวะบางชนิด

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการตรวจ
       • อาการใจสั่นหรือเป็นลมจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ
       • อาการเจ็บหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
       • ซึ่งอาการเหล่านี้ส่วนใหญ่จะแสดงถึงผลการตรวจที่บ่งบอกว่าโรคหัวใจเป็นค่อนข้างรุนแรง
         โดยมิใช่เป็นภาวะแทรกซ้อนจากการเดินสายพานโดยตรงในกรณีที่เกิด อาการเหล่านี้
         แพทย์จะหยุดการเดินสายพานและให้การรักษาอย่างทันท่วงที  


การตรวจหัวใจเพื่อบันทึกการทำงานหัวใจ 24 ชั่วโมง

เครื่องบันทึกการทำงานของหัวใจ (Holter Monitor)
  เครื่องบันทึกการทำงานของหัวใจเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้บันทึกการทำงานของหัวใจ
นอกโรงพยาบาล เป็นเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram หรือ EKG)
ซึ่งมีขนาดเล็กสามารถพกติดตัวไปได้เครื่องจะบันทึกคลื่นหัวใจไว้เพื่อให้แพทย์นำมาวินิจฉัย

ประโยชน์
       • เพื่อติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ
         แต่ไม่สามารถตรวจพบได้ด้วยเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ทั่วไป
       • เพื่อติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจตลอด 24-48 ชั่วโมง ว่าเกิดคลื่นไฟฟ้าใดผิดปกติบ้าง
          และเกิดเวลาใดมีอาการหรือไม่
       • เพื่อให้แพทย์ประเมินความถี่ และความรุนแรงของการเกิดหัวใจเต้นผิดปกติ
          เมื่อคุณทำกิจวัตรประจำวันที่บ้าน 
ภาวะแทรกซ้อน
   การติดเครื่องตรวจหัวใจ 24 ชั่วโมง ไม่มีอันตรายใดๆ เพราะใช้ถ่านไฟฉายเพียง 
ขนาด 1.5 โวลท์ 2 ก้อน


การตรวจสวนหัวใจ และการขยายหลอดเลือดหัวใจ Cath Lab

การวินิจฉัยหลอดเลือดหัวใจตีบ
  เมื่อแพทย์สงสัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ แพทย์จะตรวจร่างกายด้วย คลื่นไฟฟ้าหัวใจ,
คลื่นเสียง สะท้อนหัวใจ หรือตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดินสายพาน

การสวนหลอดเลือดหัวใจเพื่อการวินิจฉัย
   แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจด้วยการสวนหัวใจกรณีที่การวินิจฉัยด้วยวิธีข้างต้น
ไม่ชัดเจนหรือการตรวจวินิจฉัยมีลักษณะการตีบที่รุนแรง หรือการรักษาทางยาไม่ได้ผล 
แพทย์จะฉีดยาเฉพาะที่จากนั้นจะใส่สายสวนไปที่เส้นเลือดหัวใจ แล้วฉีดสารทึบรังสี
เพื่อถ่ายภาพเส้นเลือดหัวใจไว้ตรวจวินิจฉัย

การขยายหลอดเลือดหัวใจ
    การขยายหลอดเลือดหัวใจจะทำในกรณีที่มีเส้นเลือดหัวใจตีบมาก โดยสามารถทำหลัง
จากการสวนหลอดเลือดหัวใจเพื่อการวินิจฉัย ได้ทันที แพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือด (Heparin)
เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดแข็งตัว แล้วสอดสายสวนหัวใจพิเศษเข้าไปยังหลอดเลือดหัวใจเส้นซ้าย
หรือขวาที่จะขยาย แล้วผ่านลวดตัวนำไปตามหลอดเลือดที่จะขยาย โดยพยายามให้ลวด
ตัวนำผ่านรอยตีบ ไปให้ไกลที่สุด หลังจากนั้นจึงสอดบัลลูนไปวางไว้ในตำแหน่งที่ต้องการ
แล้วขยายหลอดเลือด โดยทั่วไปจะมีการใส่ขดลวดค้ำยัน เพื่อป้องกันการตีบซ้ำไว้ด้วย