ภาวะมดลูกแตก สัญญาณอันตรายที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้

วันที่เผยแพร่: 30 มกราคม 2569

หน้าปก web : บทความภาวะมดลูกแตก สัญญาณอันตรายที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้

        ภาวะมดลูกแตก (Uterine Rupture) คือหนึ่งในภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่รุนแรงที่สุด แม้จะมีอุบัติการณ์การเกิดไม่บ่อยนัก

(ประมาณร้อยละ 0.05-0.1 ในสตรีตั้งครรภ์ทั่วไป) แต่หากเกิดแล้วย่อมหมายถึงความเสี่ยงต่อชีวิตของมารดาและทารกในครรภ์

       ในทางการแพทย์ มดลูกแตกคือการฉีกขาดของผนังกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้ตัวเด็กหรือรกอาจจะหลุดออกมาอยู่ในช่องท้อง

ส่งผลให้เกิดการตกเลือดภายในอย่างรุนแรง ซึ่งกระบวนการวินิจฉัยและตัดสินใจรักษา ต้องทำแข่งกับเวลาในระดับวินาที บทความนี้

จะเจาะลึกทุกมิติเพื่อให้คุณแม่และครอบครัวเตรียมความพร้อมอย่างเท่าทัน


ใครคือกลุ่มเสี่ยง?

การทราบระดับความเสี่ยงของตนเอง คือหัวใจสำคัญของการฝากครรภ์คุณภาพ โดยกลุ่มเสี่ยงสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับหลัก ดังนี

1. กลุ่มที่มีประวัติการผ่ามดลูก (Surgical History) - กลุ่มเสี่ยงสูงสุด

  1. การผ่าตัดคลอดบุตรทางหน้าท้อง : โดยเฉพาะการผ่าตัดที่มีรอยแผลเป็นแนวตั้ง หรือการผ่าคลอดมาแล้วหลายครั้ง รอยแผลเดิมคือจุดที่ผนังมดลูกมีความยืดหยุ่นน้อยที่สุด
  2. การผ่าตัดเนื้องอกมดลูก : หากการผ่าตัดนั้นมีการเปิดเข้าถึงโพรงมดลูก จะเพิ่มความเสี่ยงในการแตกของมดลูกเมื่อครรภ์ขยายตัวขึ้น
  3. การผ่าตัดตกแต่งมดลูกที่มีความผิดปกติแต่กำเนิด : เช่น มดลูกที่มีรูปร่างผิดปกติ


2. กลุ่มที่มีความผิดปกติทางสูติกรรม (Obstetric Factors)

  1. การตั้งครรภ์แฝด หรือ ทารกตัวโต : แรงดันภายในมดลูกที่มากกว่าปกติจะทำให้ผนังมดลูกถูกยืดจนบาง
  2. ภาวะน้ำคร่ำมากเกินไป : ทำให้มดลูกขยายตัวเกินขีดจำกัด
  3. ท่าของทารกผิดปกติ : เช่น ท่าขวาง ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงดันที่ในขณะมดลูกหดตัว

3. กลุ่มปัจจัยภายนอกและการใช้ยา (External Factors)

  1. การใช้ยาเร่งคลอด : หากใช้ในปริมาณที่เข้มข้นเกินไปหรือไม่ได้รับควบคุมโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ อาจทำให้มดลูกหดตัวรุนแรงเกินไป
  2. อุบัติเหตุรุนแรง : เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือการถูกกระแทกบริเวณหน้าท้องอย่างรุนแรง


สัญญาณเตือนที่คุณแม่ต้องสังเกต (Clinical Manifestations)

1. อาการของมดลูกแตกมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ในบางกรณีอาจมีสัญญาณนำที่แม่ต้องเฝ้าระวัง

2. อาการปวดท้องที่ผิดปกติ : ปวดรุนแรงเฉียบพลัน แม้ในช่วงที่มดลูกไม่มีการหดตัว

3. เลือดออกทางช่องคลอด : อาจพบเลือดออกกะปริดกะปรอยหรือไหลออกมามากผิดปกติ (อย่างไรก็ตาม บางกรณีเลือดอาจตกค้างอยู่ในช่องท้อง

ทำให้มองไม่เห็นเลือดภายนอก)

4. ลักษณะท้องเปลี่ยนรูป : หากทารกหลุดออกมาในช่องท้อง คุณแม่อาจคลำพบส่วนของเด็ก (เช่น แขน ขา) ได้ชัดเจนผิดปกติใต้ผิวหนังหน้าท้อง

5. อาการช็อกจากการเสียเลือด : หน้ามืด ใจสั่น ตัวเย็น เหงื่อออกมาก หรือชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ

6. สัญญาณจากทารก : ทารกจะดิ้นน้อยลงมาก หรือหยุดดิ้น ซึ่งเกิดจากภาวะขาดออกซิเจนเฉียบพลัน


การวินิจฉัยทางการแพทย์ (Diagnosis)

1. เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ทีมแพทย์จะใช้เครื่องมือและประสบการณ์ในการวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว

2. Electronic Fetal Monitoring (EFM) : สัญญาณแรกที่ชัดเจนที่สุดคือ อัตราการเต้นของหัวใจทารกที่ผิดปกติ หรือเต้นช้าลงอย่างต่อเนื่อง

3. Palpation & Ultrasound : การตรวจร่างกายร่วมกับการอัลตราซาวด์เพื่อประเมินตำแหน่งของทารกและปริมาณเลือดในช่องท้อง

4. Vaginal Examination : เพื่อดูว่าส่วนนำของทารก (เช่น หัวเด็ก) มีการถอยร่นกลับขึ้นไปหรือไม่


แนวทางการรักษาและการดูแล

เป้าหมายหลักคือ "รักษาชีวิตมารดาและนำทารกออกให้เร็วที่สุด"

1. การผ่าคลอดฉุกเฉิน : ทันทีที่วินิจฉัย แพทย์จะนำทารกออกเพื่อหยุดภาวะขาดออกซิเจน

2. การระงับการตกเลือด

  1. กรณีที่แผลไม่รุนแรง : แพทย์จะทำการเย็บซ่อมแซมผนังมดลูก เพื่อรักษาการมีบุตรในอนาคต
  2. กรณีที่ตกเลือดรุนแรงและมดลูกเสียหายมาก : แพทย์อาจจำเป็นต้องพิจารณา "ตัดมดลูก" เพื่อรักษาชีวิตของมารดาเป็นสำคัญ
3. การทดแทนเลือดและสารน้ำ : การให้เลือดและพลาสม่าเพื่อทดแทนส่วนที่สูญเสียไป และป้องกันภาวะไตวายหรือช็อก


การป้องกันและการวางแผน

1. การฝากครรภ์คุณภาพ : แจ้งประวัติการผ่าตัดทุกชนิดให้แพทย์ทราบโดยละเอียด

2. การเลือกสถานที่คลอด : สตรีกลุ่มเสี่ยงควรเลือกคลอดในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมด้านห้องผ่าตัด คลังเลือด และวิสัญญีแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง

3. การวางแผนคลอด : แพทย์จะประเมินว่าคุณแม่ควรผ่าตัดคลอดก่อนกำหนด หรือสามารถทดลองคลอดธรรมชาติได้ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด













ข้อมูลโดย
นพ.จงรักษ์ เทพสุวรรณ์
นพ.จงรักษ์ เทพสุวรรณ์
แพทย์เฉพาะทางชำนาญการด้าน
อนุสาขาการผ่าตัดผ่านกล้องรักษาทางนรีเวชและเวชศาสตร์ทางเพศ
แพทย์ประจำแผนก สูตินรีเวช
นพ.จงรักษ์ เทพสุวรรณ์
นพ.จงรักษ์ เทพสุวรรณ์
อนุสาขาการผ่าตัดผ่านกล้องรักษาทางนรีเวชและเวชศาสตร์ทางเพศ
นพ.ชนินทร์ มิตินันท์วงศ์
นพ.ชนินทร์ มิตินันท์วงศ์
อนุสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์
พญ.เพชรรัตน์ เจนคุ้มวงศ์
พญ.เพชรรัตน์ เจนคุ้มวงศ์
สาขาสูตินรีเวช อนุสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์
พญ.ชนิตา เลิศอรุณชัย
พญ.ชนิตา เลิศอรุณชัย
อนุสาขามะเร็งวิทยานรีเวช
ผศ.ดร.นพ.มรุต ญาณารณพ
ผศ.ดร.นพ.มรุต ญาณารณพ
อนุสาขามะเร็งวิทยานรีเวชและผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช
พญ.ณีรานุช จอกแก้ว
พญ.ณีรานุช จอกแก้ว
เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์
พญ.อริณภรณ์ อิ่มฤทัยเจริญโชค
พญ.อริณภรณ์ อิ่มฤทัยเจริญโชค
อนุสาขาผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชและระบบทางเดินปัสสาวะสตรี
พญ.รวีวรรณ พรมศิลา
พญ.รวีวรรณ พรมศิลา
สูตินรีเวชวิทยา มะเร็งวิทยานรีเวช
พญ.ปิ่นพธู แสงโชติ
พญ.ปิ่นพธู แสงโชติ
อนุสาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
facebook messenger iconline icon
โรงพยาบาลศรีสวรรค์