หลังผ่าตัดข้อเข่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร

วันที่เผยแพร่: 1 มกราคม 2569

อุปกรณ์กายภาพ

วิธีปฏิบัติตัวเมื่อกลับบ้านจากโรงพยาบาลหัตถการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

การดูแลตนเองหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมีความสำคัญ เพื่อให้ข้อเข่าฟื้นตัวเร็ว ลดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้การเคลื่อนไหวกลับมาใกล้เคียงปกติที่สุด แพทย์และนักกายภาพบำบัดจะเป็นผู้ประเมินและแนะนำเทคนิคที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย เช่น อายุ น้ำหนักตัว และกำลังกล้ามเนื้อ โดยมีแนวปฏิบัติพื้นฐานที่สามารถนำไปใช้เมื่อกลับบ้าน ดังนี้


1.การจัดท่านอน

เพื่อช่วยให้ข้อเข่าคลายตัวและลดความตึงของกล้ามเนื้อ ควร ใช้ผ้าขนหนูม้วนรองใต้ข้อเท้า ขณะนอนเหยียดขา

  • ช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าขาไม่เกร็ง
  • ส่งเสริมการยืดเหยียดของข้อเข่า
  • ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น

ข้อควรหลีกเลี่ยง: ไม่ควรหนุนหมอนใต้ข้อเข่าโดยตรง เพราะอาจทำให้เข่างอค้างและฟื้นตัวยากขึ้น


2.การลุกขึ้นนั่ง

ในช่วง 2–3 ครั้งแรก แพทย์หรือกายภาพบำบัดอาจช่วยประคองขาด้านที่ผ่าตัดเพื่อให้ลุกขึ้นนั่งอย่างปลอดภัย หลังจากนั้นผู้ป่วยสามารถฝึกทำเองตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. นั่งชิดขอบเตียง
  2. วางเท้าให้มั่นคงบนพื้นหรือบนตั่ง
  3. ค่อย ๆ ยกขาข้างที่ผ่าตัดขึ้นเล็กน้อย
  4. ปรับท่านั่งให้มั่นคงและสลับทำอีกข้างไปมา

3.การยืนขึ้นโดยได้รับการพยุง

ในระยะแรก ผู้ป่วยอาจยังทรงตัวได้ไม่ดีหรือมีอาการเวียนศีรษะ แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดจะช่วยพยุงให้ผู้ป่วยยืนขึ้นอย่างปลอดภัย

  • อาจมีการใช้เฝือกอ่อนพยุงรอบขาที่ผ่าตัด
  • อาจใช้สายพยุงข้อมือหรือสายคาดเพื่อป้องกันการล้ม

เมื่อผู้ป่วยสามารถยืนได้มั่นคงมากขึ้น จึงเริ่มฝึกการทรงตัวและเตรียมเดินต่อไป


4.การใช้เครื่องช่วยพยุง ขา (Walker)

ในระยะเริ่มต้น แนะนำให้ใช้วอกเกอร์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นคง
วิธีการใช้งานที่ถูกต้องคือ

  1. ยกวอกเกอร์ไปด้านหน้าเล็กน้อยประมาณ 2–3 นิ้ว
  2. โน้มตัวให้วอกเกอร์รับน้ำหนักก่อนก้าว
  3. ก้าวเท้าข้างที่ผ่าตัดอย่างระมัดระวัง
  4. ตามด้วยเท้าข้างที่ปกติ

ช่วงแรกจะให้ลงน้ำหนักที่ขาข้างผ่าตัดเพียงเล็กน้อย และเพิ่มน้ำหนักตามคำแนะนำของแพทย์เมื่อข้อเข่าแข็งแรงขึ้น


5.การเดินโดยใช้ไม้เท้า (Crutch Walking)

เมื่อข้อเข่าและกล้ามเนื้อเริ่มแข็งแรงขึ้น แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดอาจแนะนำให้เปลี่ยนจากการใช้เครื่องช่วยพยุงแบบ 4 ขา มาใช้ไม้ค้ำยันแทน โดยนักกายภาพบำบัดจะประเมินสภาพร่างกายและให้คำแนะนำเกี่ยวกับระยะและจังหวะการลงน้ำหนักที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฝึกเดินได้อย่างปลอดภัยและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้อย่างต่อเนื่อง


ขั้นที่ 1: เตรียมท่าเดินให้มั่นคง

จับไม้ค้ำยันทั้งสองข้างให้อยู่ในตำแหน่งที่มั่นคงและเหมาะสม

  • ให้ใช้แรงจาก แขน ในการพยุงตัว
  • ไม่ควรใช้แรงที่รักแร้เพราะอาจทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาท

ขั้นที่ 2: ก้าวเท้าข้างที่ผ่าตัดไปพร้อมกับไม้ค้ำยัน

ก้าวเท้าข้างที่ได้รับการผ่าตัดไปด้านหน้า พร้อมกับเลื่อนไม้ค้ำยันไปข้างหน้าพร้อมกัน

  • ใช้ไม้ค้ำยันช่วยรับน้ำหนักก่อน
  • ก้าวอย่างระมัดระวัง ไม่ก้าวยาวเกินไป

ขั้นที่ 3: ก้าวเท้าข้างที่ไม่ได้ผ่าตัดตามไป

เมื่อก้าวเท้าข้างที่ผ่าตัดแล้ว ให้เอนตัวเล็กน้อยไปด้านหน้า และก้าวเท้าข้างที่ไม่ได้รับการผ่าตัดตามไป

  • ช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น
  • ทำให้การเดินมีจังหวะที่ต่อเนื่องและปลอดภัย

6.การเดินขึ้นบันได

เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีกำลังขาและกล้ามเนื้อดีขึ้น แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดจะประเมินความพร้อมและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการฝึกเดินขึ้นบันได โดยมีหลักสำคัญคือความปลอดภัยและการทรงตัวที่มั่นคง

ขั้นตอนการเดินขึ้นบันได

ขั้นที่ 1: วางไม้ค้ำยันทั้งสองข้างให้มั่นคง และใช้แขนรับน้ำหนักของร่างกาย
จากนั้นให้ก้าวเท้าข้างที่ ไม่ได้รับการผ่าตัด ขึ้นไปบนขั้นบันไดเป็นลำดับแรก


ขั้นที่ 2: โน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย และใช้ไม้ค้ำยันช่วยทรงตัว
จากนั้นก้าวเท้าข้างที่ ผ่าตัด ขึ้นมาตาม

ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องมีผู้ช่วยดูแลในช่วงแรกประมาณ 2–3 ครั้ง จนกว่าจะสามารถทรงตัวและก้าวขึ้นบันไดได้อย่างมั่นใจ


7.การเดินลงบันได

การเดินลงบันไดจะใช้หลัก “ข้างที่ผ่าตัดลงก่อน” เพื่อช่วยให้การทรงตัวดี และลดแรงกระแทกบริเวณข้อเข่า

ขั้นตอนการเดินลงบันได

ขั้นที่ 1: เลื่อนไม้ค้ำยันลงไปยังขั้นบันไดด้านล่างก่อน เพื่อให้เกิดความมั่นคง

ขั้นที่ 2: ก้าวเท้าข้างที่ ผ่าตัด ลงตามไม้ค้ำยันไปยังขั้นล่างอย่างระมัดระวัง

ขั้นที่ 3: ก้าวเท้าข้างที่ ไม่ได้ผ่าตัด ลงมาตาม เพื่อให้ร่างกายทรงตัวได้ดีและลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม


8.ขณะอยู่ที่บ้าน

หลังกลับบ้าน ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัยที่สุด


แนวทางปฏิบัติสำคัญ

  • หากยังจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยพยุง 4 ขา ให้สอบถามแพทย์ถึงปริมาณการลงน้ำหนักที่เหมาะสมในแต่ละช่วง
  • ผู้ป่วยอาจรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ควรจัดเวลาพักประมาณ 30–60 นาที ในช่วงเช้าและช่วงบ่าย
  • ขณะนั่งหรือยืนควรเลือกเก้าอี้ที่มีความสูงเหมาะสม ไม่เตี้ยจนเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงการงอเข่ามากเกินจำเป็น
  • การอาบน้ำควรใช้เก้าอี้นั่งอาบน้ำเพื่อความปลอดภัย และป้องกันการลื่น
  • ใช้ชั้นวางของที่สูงระดับหน้าอกเพื่อหลีกเลี่ยงการก้มลึกหรือเอื้อมหยิบของสูงเกินไป
  • ผู้หญิงสามารถใช้ฟองน้ำด้ามยาวหรือมีดโกนด้ามยาวเพื่อลดการก้มตัวบริเวณขา
  • หลีกเลี่ยงการทำงานบ้าน เช่น กวาดบ้าน ถูพื้น หรือยกของหนัก จนกว่าแพทย์จะอนุญาต
  • สำหรับผู้ที่ต้องขึ้น–ลงรถ สามารถเพิ่มความสูงของเบาะด้วยหมอนรองนั่งเพื่อให้ลุก–นั่งสะดวก
    แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเวลาเหมาะสมในการกลับมาขับรถ โดยทั่วไปประมาณ 4–6 สัปดาห์หลังผ่าตัด

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์ชนิด MRI (เอ็ม อาร์ ไอ) เนื่องจากอาจมีผลกระทบต่อโลหะหรืออุปกรณ์บางชนิดที่ใช้ในข้อเข่าเทียม (ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งก่อนเข้ารับการตรวจ)
  • การทำกิจกรรมหนักหรือหักโหม เช่น ยืนหรือเดินนานเกินไป
  • การใช้ยาบรรเทาอาการปวดเกินขนาดที่แพทย์สั่ง

การดูแลแผลและอาการร่วม

  • ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดบวมบริเวณแผล ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อย
    แพทย์อาจสั่งยาแก้ปวดหรือยาคลายกล้ามเนื้อตามความจำเป็น
  • อาจมีอาการท้องผูกจากการใช้ยาแก้ปวดหรือการเคลื่อนไหวลดลง
    แนะนำให้รับประทานผัก ผลไม้ ดื่มน้ำเพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
  • หากมีอาการแผลบวมแดง มีน้ำเหลือง หรือรู้สึกปวดเพิ่มขึ้น ให้รีบมาตรวจตามนัดหรือมาพบแพทย์ทันที
แพทย์ประจำแผนก กระดูกและข้อ
นพ.สรณ ยะบุญ
นพ.สรณ ยะบุญ
เท้าและข้อเท้า (Foot and Ankle Surgery)
นพ.พุทธิพันธ์ วงศ์ลิมปิยะรัตน์
นพ.พุทธิพันธ์ วงศ์ลิมปิยะรัตน์
ศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์
นพ.นราวิชญ์ คณะนัย
นพ.นราวิชญ์ คณะนัย
ออร์โธปิดิกส์ ( Orthopaedic Surgery )
นพ. กิติเดช บุญชัย
นพ. กิติเดช บุญชัย
อนุสาขาออร์โธปิดิกส์ศัลยศาสตร์กระดูกสันหลัง (Spine Surgery)
นพ.ปวริศร์ พฤฒิถาวร
นพ.ปวริศร์ พฤฒิถาวร
ออร์โธปิดิกส์ ( Orthopaedics )
นพ.ธีรภัทร วงศ์ศิริวรรณ
นพ.ธีรภัทร วงศ์ศิริวรรณ
ออร์โธปิดิกส์ ( Orthopaedics )
นพ.ธานี สัจจะบริบูรณ์
นพ.ธานี สัจจะบริบูรณ์
ออร์โธปิดิกส์ ( Orthopaedic Surgery )
นพ.ภัทร มั่งวิทิตกุล
นพ.ภัทร มั่งวิทิตกุล
ออร์โธปิดิกส์ ( Orthopaedics )
นพ.กมลศิลป์ ตียพันธ์
นพ.กมลศิลป์ ตียพันธ์
ออร์โธปิดิกส์ ( Orthopaedics )
นพ.ปกรณ์กิต เจริญชนิกานต์
นพ.ปกรณ์กิต เจริญชนิกานต์
อนุสาขาสะโพกและข้อเข่า (Hip and Knee Surgery)
นพ.สืบสกุล นางนวล
นพ.สืบสกุล นางนวล
อนุสาขาเท้าและข้อเท้า (Foot and Ankle Surgery)
นพ.กิติเดช บุญชัย
นพ.กิติเดช บุญชัย
ออร์โธปิดิกส์ ( Orthopaedics )
นพ.พีรุทย์ พิพัฒน์วัฒนะกุล
นพ.พีรุทย์ พิพัฒน์วัฒนะกุล
อนุสาขาอนุสาขาเวชศาสตร์การกีฬา (Sport Medicine)

บทความทางการแพทย์

Title Line
นิ่วในถุงน้ำดี
ทางเดินอาหารและตับ
นิ่วในถุงน้ำดี การรักษาและการดูแลหลังกลับบ้าน

การผ่าตัดถุงน้ำดีด้วยกล้องเป็นวิธีรักษามาตรฐานสำหรับนิ่วในถุงน้ำดี แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว รู้ขั้นตอน ข้อดี การเตรียมตัว และการดูแลหลังผ่าตัดอย่างถูกต้อง

สาขานครสวรรค์
ไส้ติ่งอักเสบ
ศัลยกรรม
ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis)

ไส้ติ่งอักเสบเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว รู้จักอาการเตือน การตรวจวินิจฉัย และแนวทางการผ่าตัดที่ปลอดภัยในโรงพยาบาลศรีสวรรค์

สาขานครสวรรค์
แผลผ่าตัด
ศัลยกรรม
การดูแลแผลผ่าตัดขณะกลับไปอยู่บ้าน

คู่มือดูแลแผลผ่าตัดขณะพักฟื้นที่บ้าน พร้อมขั้นตอนทำแผลที่ถูกต้อง วิธีป้องกันการติดเชื้อ ปัจจัยที่ทำให้แผลหายช้า และสัญญาณอันตรายที่ควรมาพบแพทย์ โรงพยาบาลศรีสวรรค์ นครสวรรค์

สาขานครสวรรค์
facebook messenger iconline icon
โรงพยาบาลศรีสวรรค์