ริดสีดวงทวาร คืออะไร? อาการ สาเหตุ และวิธีรักษาที่ควรรู้

วันที่เผยแพร่: 9 มิถุนายน 2569

บทความให้ความรู้เรื่องริดสีดวงทวาร อาการ ปัจจัยเสี่ยง วิธีรักษา และสัญญาณที่ควรพบแพทย์




ริดสีดวงทวาร คืออะไร?

         ริดสีดวงทวาร หรือ Hemorrhoids คือ ภาวะที่หลอดเลือดบริเวณทวารหนักหรือไส้ตรงส่วนปลายเกิดการโป่งพอง บวม หรืออักเสบ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติบริเวณทวารหนัก เช่น ปวด บวม คัน ระคายเคือง ถ่ายเป็นเลือด หรือคลำพบก้อนบริเวณขอบทวารหนักได้ อาการอาจเป็นมากหรือน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาด และความรุนแรงของริดสีดวง

         ริดสีดวงทวารสามารถพบได้บ่อยในคนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมเบ่งถ่ายเป็นประจำ ท้องผูกเรื้อรัง นั่งขับถ่ายนาน หรือมีแรงดันบริเวณช่องท้องและทวารหนักเพิ่มขึ้นเป็นเวลานาน แม้ริดสีดวงทวารส่วนใหญ่จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หากมีเลือดออกบ่อย ปวดมาก หรือก้อนยื่นออกมาไม่ยุบ ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม




ประเภทของริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงทวารโดยทั่วไปแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1.ริดสีดวงทวารภายใน

       เกิดจากหลอดเลือดที่อยู่ภายในทวารหนักหรือไส้ตรงส่วนปลายโป่งพอง ผู้ป่วยมักไม่รู้สึกเจ็บในระยะแรก แต่อาจสังเกตเห็นเลือดสีแดงสดปนออกมากับอุจจาระ หยดลงในโถส้วม หรือเปื้อนกระดาษชำระหลังถ่ายอุจจาระ ในบางรายก้อนริดสีดวงอาจยื่นออกมาขณะเบ่งถ่าย และสามารถยุบกลับเข้าไปเอง หรือบางรายต้องใช้นิ้วดันกลับ

2.ริดสีดวงทวารภายนอก

       เกิดบริเวณรอบปากทวารหนักหรือใต้ผิวหนังบริเวณขอบทวาร ผู้ป่วยมักมีอาการเจ็บ บวม คัน ระคายเคือง หรือคลำได้เป็นก้อนบริเวณทวารหนัก หากมีลิ่มเลือดอุดตันภายในก้อนริดสีดวง อาจทำให้ปวดมาก บวมตึง และรู้สึกเจ็บชัดเจนขณะนั่ง เดิน หรือขับถ่าย




อาการที่พบได้บ่อย

อาการของริดสีดวงทวารอาจแตกต่างกันไปตามชนิดและความรุนแรง โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • มีเลือดสีแดงสดออกขณะหรือหลังขับถ่าย
  • รู้สึกปวด แสบ หรือระคายเคืองบริเวณทวารหนัก
  • มีอาการคันบริเวณรอบทวารหนัก
  • รู้สึกถ่ายไม่สุด หรือมีความรู้สึกตึง ๆ บริเวณทวารหนัก
  • คลำพบก้อนนูนบริเวณขอบทวารหนัก
  • มีก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งถ่าย
  • มีมูกหรือความเปียกชื้นรอบทวารหนัก
  • นั่งแล้วเจ็บ หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณทวารหนัก
  • อาการเป็น ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะช่วงที่ท้องผูกหรือเบ่งถ่ายบ่อย

        อย่างไรก็ตาม อาการถ่ายเป็นเลือดไม่ควรสรุปเองว่าเป็นริดสีดวงทวารเสมอไป เพราะเลือดออกทางทวารหนักอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ เช่น แผลปริขอบทวาร ลำไส้อักเสบ ติ่งเนื้อในลำไส้ หรือโรคอื่น ๆ ที่ควรได้รับการตรวจโดยแพทย์




ระดับความรุนแรงของริดสีดวงทวารภายใน

ริดสีดวงทวารภายในสามารถแบ่งระดับความรุนแรงได้เป็น 4 ระดับ ได้แก่

        ระดับที่ 1 มีเลือดออกขณะถ่ายอุจจาระ แต่ยังไม่มีก้อนยื่นออกมานอกทวารหนัก

        ระดับที่ 2 มีก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งถ่าย แต่สามารถยุบกลับเข้าไปเองได้หลังถ่ายเสร็จ

        ระดับที่ 3 มีก้อนยื่นออกมาขณะถ่าย และไม่ยุบกลับเอง ต้องใช้นิ้วช่วยดันกลับเข้าไป

        ระดับที่ 4 ก้อนริดสีดวงยื่นออกมาตลอดเวลา ไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ หรือดันกลับแล้วหลุดออกมาอีก อาจมีอาการปวด บวม อักเสบ หรือเลือดออกมากร่วมด้วย




ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงทวารมักสัมพันธ์กับพฤติกรรมหรือภาวะที่เพิ่มแรงดันบริเวณทวารหนักและไส้ตรงส่วนปลาย เช่น

  • ท้องผูกเรื้อรัง หรือเบ่งถ่ายเป็นประจำ
  • นั่งขับถ่ายนาน โดยเฉพาะการนั่งเล่นโทรศัพท์ในห้องน้ำ
  • ดื่มน้ำน้อย ทำให้อุจจาระแข็งและถ่ายลำบาก
  • รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชน้อยเกินไป
  • นั่งทำงานเป็นเวลานานโดยไม่ค่อยเปลี่ยนอิริยาบถ
  • ยกของหนักเป็นประจำ หรือใช้แรงเบ่งมาก
  • มีน้ำหนักตัวมาก ทำให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น
  • ตั้งครรภ์ เนื่องจากมดลูกที่ขยายตัวกดทับหลอดเลือดบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • ท้องเสียเรื้อรัง หรือถ่ายบ่อย ทำให้บริเวณทวารหนักระคายเคือง
  • อายุที่มากขึ้น ทำให้เนื้อเยื่อพยุงหลอดเลือดบริเวณทวารหนักอ่อนแรงลง
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นริดสีดวงทวาร
  • พฤติกรรมกลั้นอุจจาระบ่อย ทำให้อุจจาระแข็งและขับถ่ายยากขึ้น




การวินิจฉัยริดสีดวงทวาร

        แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอาการ เช่น ลักษณะการถ่ายอุจจาระ ความถี่ของการมีเลือดออก อาการปวด คัน หรือมีก้อนยื่นบริเวณทวารหนัก รวมถึงประวัติท้องผูก การใช้ยา โรคประจำตัว และพฤติกรรมการขับถ่าย

        จากนั้นแพทย์อาจตรวจร่างกายบริเวณทวารหนัก ตรวจคลำทางทวารหนัก หรือใช้เครื่องมือตรวจภายในทวารหนักตามความเหมาะสม เพื่อประเมินตำแหน่ง ขนาด และความรุนแรงของริดสีดวง รวมถึงช่วยแยกโรคอื่นที่อาจมีอาการคล้ายกัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีเลือดออกทางทวารหนักบ่อยหรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย




วิธีการรักษาริดสีดวงทวาร

         การรักษาริดสีดวงทวารขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ขนาดของริดสีดวง ชนิดของริดสีดวง และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยทั่วไปสามารถแบ่งแนวทางการรักษาได้ดังนี้

1.การปรับพฤติกรรมและดูแลตนเองเบื้องต้น

        การปรับพฤติกรรมเป็นวิธีสำคัญที่ช่วยลดอาการและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง เช่น

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
  • รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ข้าวกล้อง ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสี
  • หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายแรง ๆ
  • ไม่กลั้นอุจจาระ เมื่อปวดถ่ายควรเข้าห้องน้ำทันที
  • ไม่นั่งห้องน้ำนานเกินไป
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักหากมีอาการกำเริบ
  • ดูแลความสะอาดบริเวณทวารหนักอย่างอ่อนโยน
  • แช่น้ำอุ่นบริเวณก้นในบางราย อาจช่วยบรรเทาอาการปวดหรือระคายเคืองได้

2.การใช้ยา

       แพทย์หรือเภสัชกรอาจพิจารณาใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการตามความเหมาะสม เช่น

  • ยารับประทานเพื่อลดอาการปวดหรืออักเสบ
  • ยาทาภายนอกเพื่อลดอาการคัน แสบ หรือบวม
  • ยาเหน็บทวารหนักในบางกรณี
  • ยาระบายหรือยาช่วยให้อุจจาระนิ่ม สำหรับผู้ที่มีท้องผูก
  • ยากลุ่มเพิ่มกากใย เพื่อช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้น

การใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว สตรีตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีเลือดออกผิดปกติ

3.การรักษาโดยแพทย์แบบไม่ต้องผ่าตัด

         ในกรณีที่อาการไม่ดีขึ้นจากการปรับพฤติกรรมและการใช้ยา แพทย์อาจพิจารณาวิธีรักษาอื่นที่ไม่ใช่การผ่าตัด เช่น

  • การรัดยางริดสีดวง เป็นวิธีที่ใช้ยางรัดบริเวณโคนริดสีดวง ทำให้เลือดไปเลี้ยงก้อนริดสีดวงลดลง และก้อนค่อย ๆ ฝ่อหรือหลุดไป เหมาะกับริดสีดวงภายในบางระดับ
  • การฉีดยารักษาริดสีดวง เป็นการฉีดยาเข้าไปบริเวณริดสีดวง เพื่อให้ก้อนริดสีดวงหดตัวลง เหมาะกับผู้ป่วยบางรายตามดุลยพินิจของแพทย์
  • การใช้ความร้อน เลเซอร์ หรือคลื่นความถี่ เป็นวิธีช่วยลดขนาดของริดสีดวงหรือหยุดเลือดออกในบางกรณี โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

4.การผ่าตัด

         การผ่าตัดมักพิจารณาในผู้ที่มีริดสีดวงขนาดใหญ่ มีริดสีดวงยื่นออกมามาก ไม่สามารถดันกลับได้ มีอาการปวดรุนแรง มีเลือดออกซ้ำ ๆ หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น การผ่าตัดมีหลายวิธี แพทย์จะประเมินตามชนิดและความรุนแรงของโรค รวมถึงความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย

         การผ่าตัดอาจช่วยลดอาการได้ชัดเจนในรายที่เป็นมาก แต่ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำเรื่องการดูแลหลังผ่าตัด การรับประทานอาหาร การขับถ่าย และการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำอย่างถูกต้อง

         การป้องกันริดสีดวงทวารกลับมาเป็นซ้ำ แม้รักษาแล้วอาการดีขึ้น แต่ริดสีดวงทวารสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ หากยังมีพฤติกรรมเสี่ยงเดิม การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยควรดูแลตนเองดังนี้

  • รับประทานอาหารที่มีกากใยทุกวัน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา
  • หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่าย
  • ไม่ใช้เวลาในห้องน้ำนานเกินไป
  • ขยับร่างกายระหว่างวัน ไม่ควรนั่งนิ่งเป็นเวลานาน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักเกินจำเป็น
  • หากมีท้องผูกเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแนวทางแก้ไข




ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

ควรพบแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้

  • มีเลือดออกขณะขับถ่ายบ่อย
  • เลือดออกมากผิดปกติ หรือมีเลือดออกซ้ำหลายครั้ง
  • ปวดบริเวณทวารหนักมาก
  • คลำได้ก้อนบริเวณทวารหนักแล้วไม่ยุบ
  • มีก้อนยื่นออกมานอกทวารหนักและดันกลับไม่ได้
  • มีอาการบวม แดง ร้อน หรือเจ็บรุนแรง
  • มีไข้ร่วมกับอาการปวดทวารหนัก
  • มีอาการหน้ามืด อ่อนเพลีย หรือซีดจากการเสียเลือด
  • ขับถ่ายผิดปกติร่วมด้วย เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระเล็กลง หรือถ่ายไม่สุด
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตนเองเบื้องต้น
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคลำไส้หรือมะเร็งลำไส้




ข้อควรระวัง

       เลือดออกทางทวารหนักไม่ควรสรุปเองว่าเป็นริดสีดวงทวารเสมอไป เพราะอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ การพบแพทย์จะช่วยให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง แยกโรคที่มีอาการคล้ายกัน และเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

       ริดสีดวงทวารเป็นโรคที่พบได้บ่อยและสามารถรักษาได้ หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่ระยะแรก การปรับพฤติกรรมการขับถ่าย การรับประทานอาหารที่มีกากใย ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้

แพทย์ประจำแผนก ศัลยกรรม
นพ.อนุรักษ์ อมรเพชรสถาพร
นพ.อนุรักษ์ อมรเพชรสถาพร
ศัลยศาสตร์ตกแต่ง ( Plastic Surgery )
นพ.ธนพงษ์ ลอยเมฆ
นพ.ธนพงษ์ ลอยเมฆ
ประสาทศัลยศาสตร์ ( Neurological Surgery )
นพ.ลีนวัฒน์ แจ่มจำรัส
นพ.ลีนวัฒน์ แจ่มจำรัส
ศัลยศาสตร์หลอดเลือด ( Vascular Surgery )
พญ.ใหม่ เจริญสุข
พญ.ใหม่ เจริญสุข
ศัลยศาสตร์ทั่วไป
พญ.ขวัญหทัย สกุลสรรเสริญ
พญ.ขวัญหทัย สกุลสรรเสริญ
กุมารศัลยศาสตร์ ( Pediatric Surgery )
นพ.สมหมาย มีอาษา
นพ.สมหมาย มีอาษา
นพ.วิธาน ธัญญวิบูลย์
นพ.วิธาน ธัญญวิบูลย์
ศัลยศาสตร์ตกแต่ง ( Plastic Surgery )
พญ.ภณิตา จารุวัฒนมงคล
พญ.ภณิตา จารุวัฒนมงคล
ศัลยศาสตร์ตกแต่ง ( Plastic Surgery )
นพ.พงศ์พัฒน์ พันธุ์พฤทธิ์
นพ.พงศ์พัฒน์ พันธุ์พฤทธิ์
รังสีร่วมรักษาระบบประสาท ( Interventional Neuroradiology )
นพ.อดิศร พุทธิศรี
นพ.อดิศร พุทธิศรี
ศัลยศาสตร์
นพ.วุฒิชัย วังประเสริฐกุล
นพ.วุฒิชัย วังประเสริฐกุล
ศัลยศาสตร์ ( Surgery )
นพ.บัญญัติ เกียรติสิงห์นคร
นพ.บัญญัติ เกียรติสิงห์นคร
ศัลยศาสตร์ ( Surgery )
นพ.ศุภเดช ตันรัตนกุล
นพ.ศุภเดช ตันรัตนกุล
ศัลยศาสตร์ ( Surgery )
นพ.พรลิขิต ทิพรังศรี
นพ.พรลิขิต ทิพรังศรี
ศัลยศาสตร์ทรวงอก ( Thoracic Surgery )
นพ.สุขสันต์ เตชาพิสุทธิ์
นพ.สุขสันต์ เตชาพิสุทธิ์
ประสาทศัลยศาสตร์ ( Neurological Surgery )
นพ.ประพันธ์ เกรียงศักดิ์พิชิต
นพ.ประพันธ์ เกรียงศักดิ์พิชิต
ศัลยศาสตร์ตกแต่ง ( Plastic Surgery )

บทความทางการแพทย์

Title Line
ฝีที่ทวารหนัก ภาวะติดเชื้อรอบทวารหนักที่ควรได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
ศัลยกรรม
ฝีที่ทวารหนัก คืออะไร? อาการ สาเหตุ และวิธีรักษาที่ควรรู้

ทำความรู้จักฝีที่ทวารหนัก อาการที่พบบ่อย สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง วิธีรักษา และสัญญาณเตือนที่ควรรีบพบแพทย์

สาขานครสวรรค์
นิ่วในถุงน้ำดี
ทางเดินอาหารและตับ
นิ่วในถุงน้ำดี การรักษาและการดูแลหลังกลับบ้าน

การผ่าตัดถุงน้ำดีด้วยกล้องเป็นวิธีรักษามาตรฐานสำหรับนิ่วในถุงน้ำดี แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว รู้ขั้นตอน ข้อดี การเตรียมตัว และการดูแลหลังผ่าตัดอย่างถูกต้อง

สาขานครสวรรค์
ไส้ติ่งอักเสบ
ศัลยกรรม
ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis)

ไส้ติ่งอักเสบเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว รู้จักอาการเตือน การตรวจวินิจฉัย และแนวทางการผ่าตัดที่ปลอดภัยในโรงพยาบาลศรีสวรรค์

สาขานครสวรรค์
facebook messenger iconline icon
โรงพยาบาลศรีสวรรค์