ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis)
วันที่เผยแพร่: 1 มิถุนายน 2568
วันที่เผยแพร่: 1 มิถุนายน 2568

ไส้ติ่งคืออะไร?
ไส้ติ่ง (Appendix) เป็นท่อขนาดเล็กที่ยื่นออกมาจากส่วนต้นของลำไส้ใหญ่บริเวณ Cecum เดิมเชื่อว่าไม่มีประโยชน์ แต่การศึกษาสมัยใหม่ชี้ว่าไส้ติ่งอาจมีบทบาทด้านภูมิคุ้มกันในระบบทางเดินอาหารบางส่วน อย่างไรก็ตาม การมีไส้ติ่งไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต เมื่อไส้ติ่งเกิดการอุดตันจากเมือก อุจจาระแข็ง เศษอาหาร หรือการติดเชื้อ จะทำให้เกิดการอักเสบและมีโอกาสแตกได้ ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาทันที
โรคไส้ติ่งอักเสบหรือไส้ตันนี้ทุกคนควรรู้จักอาการเอาไว้ เพราะอาจเกิดขึ้นได้กะทันหันโรคนี้เริ่มต้นด้วยอาการปวดท้อง ตอนแรกปวดตรงกลางสะดือ ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาจุดปวดนี้ค่อยๆย้ายมาอยู่ที่ท้องน้อยด้านขวา ถ้าเราเอามือกดตรงส่วนนี้ของหน้าท้องจะยิ่งรู้สึกเจ็บมากขึ้นจนแทบทนไม่ได้ ผู้เป็นมักจะมีไข้ขึ้นและอาเจียนติดๆกันบางคนหยุดถ่าย แต่บางคนก็ท้องเดิน ถ้ามีอาการเช่นนี้ต้องรีบไปโรงพยาบาลให้แพทย์เขาตรวจดูทันที เพราะถ้าไส้ติ่งอักเสบจริงจะต้องทำการผ่าตัดก่อนที่ไส้ติ่งจะทะลุแตกในท้องและเป็นอันตรายต่อชีวิต
ไส้ติ่งอักเสบเป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องรุนแรงที่ต้องผ่าตัดหากพบมีอาการเจ็บปวดตรงท้องน้อยข้างขวา ควรนึกถึงโรคนี้ไว้ก่อนเสมอเป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนทุกวัย
อาการของไส้ติ่งอักเสบ
มักมีอาการปวดท้องมาก เริ่มแรกอาจปวดเป็นพักๆรอบสะดือคล้ายโรคกระเพาะ หรือท้องเดิน อาจจะเข้าส้วมบ่อย แต่ถ่ายไม่ออกบางคนอาจสวนด้วยยาถ่าย แต่บางคนก็อาจมีอาการท้องเดินร่วมด้วยอาการปวดถึงแม้จะกินยาแก้ปวดอะไรก็ไม่หาย ต่อมาอีก 3-4 ชั่วโมงอาการปวดจะย้ายมาที่ท้องน้อยข้างขวา ลักษณะปวดเสียดตลอดเวลา ต้องนอนนิ่งๆเคลื่อนไหวตัวจะทำให้ปวดมาก ผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนและมีไข้ตํ่าๆบางคนถ้าเป็นมากต้องนอนงอขาตะแคงไปข้างหนึ่งหรือเวลาเดินต้องเดินตัวงอจึงจะรู้สึกสบายขึ้น อาการจะเป็นอยู่นับชั่วโมงถึงหลายวันบางคนอาจมีอาการปวดท้องน้อยด้านขวา โดยไม่มีอาการอื่นนำมาก่อนเลยก็ได้ในเด็กประวัติอาการอาจไม่แน่นอน
อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์ทันที
กดเจ็บตรงท้องน้อยข้างขวา โดยเฉพาะตรงจุดไส้ติ่งหรือจุดแม็กเบอร์เนย์ ถ้าใช้มือค่อยๆ กดตรงนั้นบริเวณลึกๆแล้วปล่อยมือทันทีให้ผนังหน้าท้องกระเด้งกลับ ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บมาก เรียกว่าอาการกดปล่อยแล้วเจ็บ (Rebound Tenderness) ถ้าไส้ติ่งแตกจะมีอาการปวดเจ็บทั่วบริเวณท้องน้อย ท้องแข็ง อาจคลำได้ก้อน และไข้สูง
การตรวจวินิจฉัย
แพทย์จะทำการประเมินดังต่อไปนี้:
1. ตรวจร่างกาย คลำท้องเพื่อหาตำแหน่งที่กดเจ็บ จุดกดเจ็บเฉพาะที่ หรืออาการสะดุ้งเมื่อปล่อยมือ (Rebound tenderness)
2. ตรวจเลือด CBC เพื่อดูระดับเม็ดเลือดขาว ซึ่งมักสูงขึ้นเมื่อมีการอักเสบ
3. ตรวจด้วยภาพ
แนวทางการรักษาไส้ติ่งอักเสบ
1. การผ่าตัดไส้ติ่ง (Appendectomy)
เป็นมาตรฐานการรักษาที่ได้ผลที่สุด โดยเฉพาะการผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งมีข้อดีคือ
2. การรักษาด้วยยา
ใช้ในผู้ป่วยบางรายที่การอักเสบไม่รุนแรง หรือมีข้อจำกัดในการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม โอกาสกลับมาเป็นซ้ำค่อนข้างสูง และต้องติดตามอาการใกล้ชิด
การดูแลหลังผ่าตัด
เพื่อให้ฟื้นตัวเร็วและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน:
ดูแลแผล
การใช้ชีวิตประจำวัน
อาการที่ควรมาตรวจซ้ำ
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบ
การตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็วสามารถลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมาก
















