การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ: ทางเลือกการรักษาโรคอ้วนที่ได้ผล
การเข้าชม: 3 ครั้ง
วันที่เผยแพร่: 14 กุมภาพันธ์ 2568
การเข้าชม: 3 ครั้ง
วันที่เผยแพร่: 14 กุมภาพันธ์ 2568
การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ ทางเลือกการรักษาโรคอ้วนที่ได้ผล
การผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน หรือ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร (Bariatric Surgery) คือการผ่าตัด ลดขนาดกระเพาะอาหารและปรับเปลี่ยนระบบเผาผลาญ เพื่อให้รับประทานอาหารได้น้อยลงและมีน้ำหนักลดลงอย่างยั่งยืน เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาสำหรับผู้ที่มีภาวะ โรคอ้วนรุนแรง หรือมีภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อสุขภาพ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยการผ่าตัดนี้จะช่วยโรคอ้วนคืออะไร?
โรคอ้วน (Obesity) เป็นภาวะที่ร่างกายมีไขมันสะสมมากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โรคอ้วนมักเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม ขาดการออกกำลังกาย พันธุกรรม รวมถึงภาวะทางสุขภาพบางประการ เช่น ความผิดปกติของฮอร์โมน การเผาผลาญที่ผิดปกติ หรือการใช้ยาบางชนิด โรคอ้วนถูกวินิจฉัยโดยใช้ ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) ซึ่งคำนวณจากน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง โดยเกณฑ์ของ BMI มีดังนี้:
- น้อยกว่า 18.5 – น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
- 18.5 - 22.9 – น้ำหนักปกติ
- 23 - 24.9 – น้ำหนักเกิน
- 25 - 29.9 – โรคอ้วนระดับ 1
- 30 ขึ้นไป – โรคอ้วนระดับ 2 หรืออ้วนมาก
ใครเหมาะกับการผ่าตัดลดความอ้วน?
- ดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 37.5 หรือ มากกว่า 32.5 ร่วมกับโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน
- พยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
- ไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ เช่น ภาวะทางจิตเวชที่ยังไม่สามารถควบคุมได้
ข้อดีการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ
- ลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
- ปรับปรุงคุณภาพชีวิตและความมั่นใจ
- เพิ่มโอกาสการมีบุตรในผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่ (PCOS)
ข้อควรระวัง
- อาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการท้องเสียจากการดูดซึมอาหารผิดปกติ
- ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน หากไม่ปฏิบัติตามอาจทำให้น้ำหนักกลับมาเพิ่มขึ้นได้
- มีความเสี่ยงต่อการขาดวิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามินบี 12 แคลเซียม และธาตุเหล็ก อาจต้องมีการเสริมวิตามินตามแพทย์แนะนำ
กระบวนการผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน
การผ่าตัดนี้ไม่ใช่แค่การลดน้ำหนัก แต่เป็น การรักษาเพื่อสุขภาพในระยะยาว โดยต้องมีการดูแลทั้งก่อนและหลังผ่าตัดโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด หากต้องการเข้ารับการ ผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน (Bariatric Surgery) ผู้ป่วยจะต้องผ่านกระบวนการที่เป็นมาตรฐานเพื่อให้มั่นใจว่าการผ่าตัดปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การประเมินก่อนผ่าตัด, การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด, และ การดูแลหลังผ่าตัด
1. การประเมินก่อนผ่าตัด ผู้ป่วยต้องเข้ารับการตรวจประเมินโดยทีมแพทย์เพื่อความปลอดภัย โดยจะต้องผ่านขั้นตอนดังนี้:
- ตรวจสุขภาพทั่วไป: วัดดัชนีมวลกาย (BMI), ซักประวัติสุขภาพและโรคประจำตัว, ตรวจสอบภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
- ตรวจทางห้องปฏิบัติการ: ตรวจวิตามินในเลือด (CBC, ไขมัน, น้ำตาล, ฮอร์โมนไทรอยด์, ค่าไต), ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG), ตรวจเอกซเรย์ปอด, ตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง (ดูภาวะไขมันพอกตับ นิ่วในถุงน้ำดี)
- ตรวจพิเศษ: ตรวจส่องกล้องกระเพาะอาหาร, ตรวจ Sleep test, Inbody (body composition)
- พบแพทย์แต่ละสาขาเพื่อประเมินก่อนผ่าตัด – อายุรแพทย์โภชนบำบัด ศัลยแพทย์ อายุรแพทย์ปอดและทางเดินหายใจ อายุรแพทย์โรคหัวใจอายุรแพทย์ทางเดินอาหารและตับ จิตแพทย์ และอายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อ กรณีเป็นเบาหวาน
2. การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด หลังจากผ่านการประเมินแล้ว จะต้องเตรียมตัวตามคำแนะนำของทีมแพทย์เพื่อให้การผ่าตัดปลอดภัยและลดภาวะแทรกซ้อน
- ควบคุมน้ำหนักก่อนผ่าตัด ลดน้ำหนักก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 5 กก ปรับพฤติกรรมการกิน ลดอาหารมันและหวาน อาจต้องควบคุมแคลอรีให้ต่ำลงเพื่อให้ตับหดตัว ลดความเสี่ยงในการผ่าตัด
- งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 6 สัปดาห์ ก่อนผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลหายช้า หรือปอดติดเชื้อ
- หยุดยาบางชนิด ตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- ปรับพฤติกรรมการกิน ฝึกกินอาหารปริมาณน้อย เคี้ยวให้ละเอียด งดน้ำอัดลม ของทอด อาหารแปรรูป
- ใช้เครื่องช่วยหายใจ กรณีมีข้อบ่งชี้ โดยอายุรแพทย์โรคปอดก่อนผ่าตัด 6-8 สัปดาห์
3. การดูแลหลังผ่าตัด ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- พักฟื้นในโรงพยาบาล ประมาณ 4 วัน (กรณีไม่มีภาวะแทรกซ้อน)
- การรับประทานอาหารหลังผ่าตัดตามที่โรงพยาบาลเตรียมให้
- ติดตามผลกับแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพและปรับแผนโภชนาการ
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยรักษาน้ำหนักและสุขภาพที่ดี รับคำแนะนำโดยนักกายภาพบำบัด
วิธีการผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน
1.การผ่าตัด SLEEVE GASTRECTOMY
- เป็นการตัดกระเพาะอาหารออกประมาณ 70-80%
- ทำให้เหลือเป็นทรงหลอด ลดขนาดกระเพาะ ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง
- ลดฮอร์โมนความหิว (Ghrelin) ช่วยควบคุมความอยากอาหาร
2.การผ่าตัด BYPASS กระเพาะอาหาร (GASTRIC BYPASS)
- ลดขนาดกระเพาะและเปลี่ยนทางเดินอาหารบางส่วน
- ทำให้อาหารดูดซึมแคลอรี่ได้น้อยลง
- ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานร่วมด้วย
การตัดสินใจเลือกผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ
การตัดสินใจเลือกผ่าตัดลดขนาดกระเพาะเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยควรพูดคุยกับแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความพร้อมทางร่างกายและจิตใจ